กินเจ…. ต้องบริโภคสิ่งใด? และควรงดเว้นสิ่งใด?

กินเจ…. ต้องบริโภคสิ่งใด? และควรงดเว้นสิ่งใด?

          ใกล้ถึงช่วงเวลาของประเพณีกินเจ  ประจำปี 2555 นี้แล้ว  สำหรับปีนีตามปฏิทินจีนเทศกาลกินเจเริ่มวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม ถึงวันอังคารที่ 23 ตุลาคม  2555  ค่ะ แต่โดยปกติจะเริ่มกินเจก่อน 1 วัน ซึ่งถือว่าเป็นวันล้างท้องก่อนเริ่มการกินเจ   และวันถัดจากวันสุดท้ายมื้อเช้าจะยังกินเจอยู่ จะออกเจมื้อกลางวันค่ะ

          ประเพณี กินเจ ก็คือประเพณีกินผัก หรือที่เรียกว่า มังสวิรัติ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าของ ชาวจีน ที่ถึงจะย้ายถิ่น ฐานไปอยู่ในประเทศใด ก็ยังคงยึดถือปฏิบัติตามประเพณีนี้อยู่ สำหรับ ประเทศไทยที่มีชาวจีนมาตั้งรกรากอยู่จำนวนไม่น้อย ปัจจุบันกลายเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ก็ยังยึดถือประเพณีกินเจเช่นกัน ประเพณีกินเจในประเทศไทยที่ผู้คนรู้จักกันดีก็คือ ที่จังหวัดภูเก็ต ที่เกิดขึ้นมากกว่าร้อยปีแล้ว โดยแพร่หลาย มาจากคณะงิ้วประเทศจีนที่มาแสดงให้ชาวจีนในภูเก็ตดู การกินเจในปัจจุบันมิได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อจะป้องกัน ภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์และเป็นการเคารพถึงดวงวิญญาณของ บรรพบุรุษที่ล่วงลับไป แล้ว

          ในการกินเจนั้น  หากเป็นการกินที่ถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว  ถือว่าท่านนั้นปฏิบัติได้อย่างดียิ่ง  แต่การดินเจต้องกินให้เหมาะกับตนเองและครบถ้วนตามหลักโภชนาการด้วย  มาดูกันค่ะว่า  การกินเจควรกินสิ่งใดและงดสิ่งใดบ้าง…

การกินเจจำเป็นต้องบริโภคอะไร? และควรงดเว้นอะไร?

          พืชผักและผลไม้ เป็นของคู่กันเสมอ นอกจากผักสดๆ  ที่นำมาปรุงอาหาร คนกินเจจำเป็นต้องรับประทานผลไม้สดๆ  หลังอาหารทุกมื้ออย่างสม่ำเสมอ  การบริโภคในแต่ละวันควรจัดให้ได้ครบตามสีของธาตุทั้ง 5  ดังนี้

1. สีแดง  (แดง,ส้ม,แสด,ชมพู)                               สัญญลักษณ์  ธาตุไฟ
2.  สีดำ(ดำ,น้ำเงิน,ม่วง)                                          สัญญลักษณ์  ธาตุน้ำ
3.  สีเหลือง(เหลืองแก่,เหลืองอ่อน)                     สัญญลักษณ์  ธาตุดิน
4.  สีเขียว(เขียวเข้ม,เขียวอ่อน)                              สัญญลักษณ์  ธาตุไม้
5.สีขาว(ขาวนวล,ขาวสะอาด)                              สัญญลักษณ์  ธาตุโลหะ

ตารางผัก,ผลไม้  แบ่งตามธาตุทั้ง 5
หมู่สี         ผัก                                                                      ผลไม้
แดง         มะเขือเทศ,พริกสุก,หัวแครอท  ฯลฯ                แตงโม,ส้ม,มะละกอ  ฯลฯ
ดำ           มะเขือม่วง,เผือก,เห็ดหูหนู  ฯลฯ                      องุ่น,ละมุด,ลูกไหน,ลูกพรุน  ฯลฯ
เหลือง    ฟักทอง,ข้าวโพด,พริกเหลือง  ฯลฯ                  ขนุน,ทุเรียน,มะม่วง,กล้วย  ฯลฯ
เขียว      ผักบุ้ง,คะน้า,ถั่วฝักยาว  ฯลฯ                             มะเฟือง,ชมพู่,ฝรั่ง  ฯลฯ
ขาว        กระหล่ำดอก,ผักกาดขาว,หัวไช้เท้า  ฯลฯ       น้อยหน่า,มะพร้าว,ลำไย,ลิ้นจี่  ฯลฯ

          เมล็ดธัญญพืช ได้แก่ ถั่วทุกประเภท  พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น มัน เผือก ฯลฯ   เนื้อเมล็ดในของพืชผัก เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง,เมล็ดแตงโม เป็นต้น  พืชดังกล่าวเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมาย  คนกินเจควรรับประทานถั่วทั้ง 5 สี ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว  และถั่วขาว

ถั่วทั้ง 5สี ที่ให้คุณประโยชน์ต่ออวัยวะหลักภายใน

ธาตุทั้ง 5         สี                ถั่ว                บำรุงอวัยวะ
ธาตุไฟ          แดง         ถั่วแดง                 หัวใจ
ธาตุน้ำ           ดำ           ถั่วดำ                    ไต
ธาตุดิน       เหลือง        ถั่วเหลือง              ม้าม
ธาตุไม้        เขียว          ถั่วเขียว                ตับ
ธาตุโลหะ    ขาว    ถั่วขาว    ปอด

         สาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้ง พร้อมทั้งใช้เกลือทะเลมาปรุงลงในอาหาร ทั้ง 2 อย่าง มีไอโอดีน  ช่วยในการป้องกันโรคคอพอกได้เป็นอย่างดี

          งาขาวและงาดำ ในอาหารและขนมของคนกินเจ  ควรใช้งาปรุงผสมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะงาดำหรืองาขาว  เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค(linoleic acid) ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย  และร่างกายไม่สามารถสร้างขี้นมาได้เอง ควรรับประทานในปริมาณวันละ 2 ช้อนโต๊ะ  เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

          ไม่ควรทานรสจัดเกินไป เช่น เผ็ดจัด หวานจัด  เค็มจัด เปรี้ยวจัด ขมจัด ซึ่งรสชาติที่จัดมาก ๆ  จะส่งผลไปถึงอวัยวะหลักดังต่อไปนี้
รสขม         — ส่งผลต่อ –    หัวใจ
รสเค็ม        — ส่งผลต่อ –    ไต
รสหวาน    — ส่งผลต่อ –    ม้าม
รสเปรี้ยว    — ส่งผลต่อ –    ตับ
รสเผ็ด        — ส่งผลต่อ –    ปอด

          หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เช่น ผักกาดดอง ผลไม้ดอง  เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป   ควรหันมารับประทานอาหารสดที่ปรุงใหม่ ๆเครื่องดื่ม ควรดื่มน้ำผลไม้สด ๆ ตามธรรมชาติ  เช่น น้ำมะเขือเทศ น้ำส้ม น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำสับปะรด น้ำใบบัวบก น้ำกระเจี๊ยบ  น้ำจับเลี้ยง น้ำเก๊กฮวย น้ำมะตูม  เป็นต้น

          ควรงดน้ำหวานที่ปรุงแต่งรสและเจือสีสังเคราะห์  เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสิ่งปลอมปนทั้งหลาย
ต้องดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เป็นประจำ
สิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเป็นหลักความรู้ในการปรุงและบริโภคอาหารเจ  ซึ่งคนกินเจต้องยึดถือปฏิบัติ  เพื่อให้ได้มาซึ่งพลานามัยที่สุขสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

ที่มาข้อมูล : http://webboard.horoworld.com/topics/2559-1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s