โรคมือเท้าปากเปื่อย Hand foot mouth syndrome

โรคมือเท้าปากเปื่อย

Hand foot mouth syndrome


        

          ในช่วงเวลานี้หากท่านใดที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ  คงพอได้อ่านข่าวเกี่ยวกับโรคที่มีการระบาดจากประเทศกัมพูชา  ลุกลามมาทางประเทศไทยเราทางชายแดนไทย – กัมพูชา  และตอนนี้ก็ระบาดมาในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โรคนี้ระบาดไม่เว้นแม้แต่โรงเรียนดังๆ ที่อยู่ในเมืองหลวงของเรา  นั่นก็คือโรค  ปาก  มือและเท้า  นั่นเองค่ะ

          โรคมือ  เท้าและปาก  หรือ โรค  Hand foot mouth syndrome เป็นโรคติดต่อเกิดจากเชื้อ Coxsackievirus โรคนี้ประกอบไปด้วย ผื่นที่ปาก มือ และเท้า ติดต่อดดยการสัมผัส เสมหะ น้ำลาย น้ำจากตุ่มน้ำ และอุจาระ

โรคมือเท้าปากเปื่อย Hand foot mouth syndrome

สาเหตุ

          โรคปากเท้าเปื่อยเกิดจาการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Coxsackievirus โดยต้องประกอบด้วยผื่นที่ มือ เท้าและที่ปาก เริ่มต้นเป็นที่ปาก เหงือก เพดาน ลิ้น และลามมาที่มือ เท้า บริเวณที่พันผ้าอ้อมเช่นก้น ผื่นจะเป็นตุ่มน้ำใส มีแผลไม่มากอายุที่เริ่มเป็นคือ 2 สัปดาห์จนถึง 3 ปีผื่นจะหายใน 5-7 วัน

อาการ

    ไข้
    เจ็บคอ
    มีตุ่มที่คอ ปาก เหงือกลิ้นโดยมากเป็นตุ่มน้ำมากกว่าเป็นแผล
    ปวดศีรษะ
    ผื่นเป็นมากที่มือรองลงมาพบที่เท้าที่ก้นก็พอพบได้
    เบื่ออาหาร
    เด็กจะหงุดหงิด

ระยะฝักตัว

หมายถึงระยะตั้งแต่ได้รับเชื้อจนกระทั่งเกิดอาการใช้เวลาประมาณ 4-6 วัน

การติดต่อ

เชื้อนี้ติดต่อจากการสัมผัสเสมหะ น้ำลายของผู้ที่ป่วย หรือน้ำจากผื่นที่มือหรือเท้า และอุจาระ ระยะที่แพร่เชื้อประมาณอาทิตย์แรกของการเจ็บป่วย มักจะเป็นในเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี

การวินิจฉัย

โดยการตรวจร่างกายพบผื่นบริเวณดังกล่าว

การรักษา

ไม่มีการรักษาเฉพาะโดยมากรักษาตามอาการ

    ถ้ามีไข้ให้ยา paracetamol ลดไข้ห้ามให้ aspirin
    บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ
    ดื่มน้ำให้พอ

โรคนี้หายเองได้ใน 5-7 วัน

โรคแทรกซ้อน

          ผู้ป่วยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ coxsackievirus A16 ซึ่งหายเองใน 1 สัปดาห์ แต่หากเกิดจากเชื้อ enterovirus 71 โรคจะเป็นรุนแรงและเกิดโรคแทรกซ้อน

    อาจจะเกิดชักเนื่องจากไข้สูง ต้องเช็ดตัวเวลามีไข้และรับประทานยาลดไข้
    อาจจะเกิดเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบได้

การป้องกัน

หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย

ควรพบแพทย์เมื่อไร

    ไข้สูงรับประทานยาลดไข้แล้วไม่ลง
    ดื่มน้ำไม่ได้และมีอาการขาดน้ำ ผิวแห้ง ปัสสาวะสีเข็ม
    เด็กระสับกระส่าย
    มีอาการชัก

          อย่างไรก็ตามสิ่ง ที่สามารถป้องกันโรคได้เกือบทุกโรคคือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง  ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ท่านปรับชีวิตประจำวันของท่านให้เอื้อต่อการป้องกันโรค ได้   นั่นคือทานอาหารครบ 5 หมู่   การนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 8 ชั่วโมง/วัน   และออกกำลังกายตามที่ท่านชอบประมาณ 3-5 วัน/สัปดาห์ แค่นี้ท่านก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีทีเดียวค่ะ…ลองดูนะค่ะ…

 
ที่มาข้อมูล
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s